วันพฤหัสบดีที่ 16 กรกฎาคม พ.ศ. 2558

3. ทฤษฎีกลุ่มที่เน้นการรับรู้และการเชื่อมโยงความคิด ( Apperception )

3. ทฤษฎีกลุ่มที่เน้นการรับรู้และการเชื่อมโยงความคิด (Apperception)


  ทิศนา แขมมณี (1964:48)  ได้กล่าวถึงทฤษฎีของกลุ่มที่เน้นการรับรู้และเชื่อมโยงความคิดไว้ว่า มนุษย์เกิดมาไม่มีทั้งความดีและความเลวในตัวเอง การเรียนรู้เกิดได้จากแรงกระตุ้นภายนอกหรือสิ่งแวดล้อม มนุษย์เราเกิดมาพร้อมกับจิตหรือสมองที่ว่างเปล่า การเรียนรู้เกิดจากการที่บุคคลได้รับประสบการณ์ผ่านทางประสาทสัมผัสทั้ง 5 การส่งเสริมให้บุคคลมีประสบการณ์มากๆในหลายๆทางจึงเป็นการช่วยให้บุคคลเกิดการเรียนรู้

ปรียาพร วงศ์อนุตรโรจน์ (2546:59) ทฤษฎีการเชื่องโยงมีหลักเบื้องต้นว่า การเรียนรู้เกิดจากการเชื่องโยงระหว่างสิ่งเร้าและการตอบสนอง โดยแสดงในรูปแบบต่างๆ จนกว่าจะเป็นที่พอใจที่เหมาะสมที่สุด ซึ่งเรียกว่า การลองถูกลองผิด ทฤษฎีการเชื่อมโยงจะเน้นเรื่องการฝึกหัดซ้ำและการให้การเสริมแรง ผู้เรียนจะต้องได้รับความช่วยเหลือในด้านการมองเห็นความแตกต่าง

  http://www.dontong52.blogspot.com ได้รวบรวมแล้วกล่าวถึงทฤษฎีนี้ว่า นักคิดคนสำคัญของกลุ่มนี้ คือ จอห์น ล็อค วิลเฮล์ม  วุนด์ ทิชเชเนอร์ และแฮร์บาร์ด ซึ่งมีความเชื่อ ดังนี้
1. มนุษย์เกิดมาไม่มีทั้งความดี ความเลวในตัวเอง การเรียนรู้เกิดจากสิ่งแวดล้อม
2. จอห์น ล็อค เชื่อว่า การเรียนรู้เกิดจากบุคคลได้รับประสบการณ์ผ่านทางประสาทสัมผัสทั้ง 5
3. วุนด์ เชื่อว่า จิตมีองค์ประกอบ 2  ส่วน  คือ การสัมผัสทั้ง 5  การรู้สึกและจินตนาการ
4. ทิชเชเนอร์เชื่อว่าจิตมีองค์ประกอบ 3  ส่วน คือ การสัมผัสทั้ง 5 การรู้สึก และจินตนาการ
5. แฮร์บาร์ต เชื่อว่า การเรียนรู้มี 3  ระดับ  คือ ขั้นการเรียนรู้โดยประสาทสัมผัส ขั้นจำ ความคิดเดิม และขั้นการเกิดความคิดรวบยอดและความเข้าใจ
6. แฮร์บาร์ต เชื่อว่า การสอนควรเริ่มจากการทบทวนความรู้เดิมของผู้เรียนเสียก่อนแล้วจึงเสนอความรู้ใหม่

สรุป
ทฤษฎีกลุ่มที่เน้นการรับรู้และการเชื่อมโยงความคิด (Apperception) การเรียนรู้เกิดจากการรับประสบการณ์โดยตรง  การลองผิดลองถูกตลอดจนการฝึกซ้ำๆ มีการส่งเสริม  ตลอดจนการรับประสบการณ์ผ่านประสาทสัมผัสทั้ง 5  และการทบทวนความรู้เดิมก่อนที่จะรับความรู้ใหม่  การคิดรวบยอด การส่งเสริมให้บุคคลมีประสบการณ์มากๆในหลายๆทางจึงเป็นการช่วยให้บุคคลเกิดการเรียนรู้

อ้างอิง/แหล่งที่มา
ทิศนา แขมมณี. (2553). ศาสตร์การสอน:องค์ความรู้เพื่อการจัดกระบวนการเรียนรู้ที่มีประสิทธิภาพ. 
                   พิมพ์ครั้งที่12. กรุงเทพฯ: สำนักพิมพ์แห่งจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย.

ปรียาพร วงศ์อนุตรโรจน์. (2546). จิตวิทยาการศึกษา. กรุงเทพฯ: ศูนย์สื่อเสริมกรุงเทพ.

 www.dontong52.blogspot.com/.  ทฤษฎีกลุ่มที่เน้นการรับรู้และการเชื่อมโยงความคิด (Apperception)     เข้าถึงเมื่อ  15/07/2558.

2. ทฤษฎีกลุ่มที่เน้นการพัฒนาไปตามธรรมชาติ ( Natural Unfoldment )


2 ทฤษฎีของกลุ่มที่เน้นการพัฒนาไปตามธรรมชาติ (natural unfoldment)


สุริน ชุมสาย  (http://surinx.blogspot.com ได้รวบรวมทฤษฎีของกลุ่มที่เน้นการพัฒนาไปตามธรรมชาติ (Natural Unfoldment) ว่า ธรรมชาติของมนุษย์มีความกระตือรือร้นที่จะเรียนรู้และพัฒนาตนเอง หากได้รับเสรีภาพในการเรียนรู้ มนุษย์ก็จะสามารถพัฒนาตนเองไปตามธรรมชาติ รุสโซมีความเชื่อว่าเด็กไม่ใช่ผู้ใหญ่ตัวเล็ก ๆ เด็กมีสภาวะของเด็ก ซึ่งแตกต่างไปจากวัยอื่น การจัดการศึกษาให้เด็กจึงควรพิจารณาระดับอายุเป็นหลัก รุสโซเชื่อว่าธรรมชาติคือแหล่งความรู้สำคัญเด็กควรจะได้เรียนรู้ไปตามธรรมชาติ คือการเรียนรู้จากปรากฏการณ์ทางธรรมชาติ จากผลของการกระทำของตน

ณัชชากัญญ์ วิรัตนชัยวรรณ   (http://www.learners.in.th/blogs/posts/386486 )  ได้รวบรวมและกล่าวถึงทฤษฎีนี้ว่า นักคิดกลุ่มนี้มีความเชื่อว่า ธรรมชาติคือแหล่งเรียนรู้สำคัญเด็กควรจะได้เรียนรู้ไปตามธรรมชาติ การใช้ของจริงเป็นสื่อในการสอนจะช่วยให้เด็กเรียนรู้ได้ดี การจัดการเรียนการสอนตามทฤษฏีนี้เน้นการจัดประสบการณ์เรียนรู้ให้แก่เด็กจะต้องมีความแตกต่างไปจากการจัดให้ผู้ใหญ่ และยึดเด็กเป็นศูนย์กลางให้เสรีภาพแก่เด็กได้เรียนรู้ตามความต้องการและความสนใจของตน

แม่นำ  (http://www.oknation.net/blog/print.php?id= นักคิดกลุ่มนี้มีความเชื่อว่า ธรรมชาติคือแหล่งเรียนรู้สำคัญ เด็กควรจะได้เรียนรู้ไปตามธรรมชาติ  การใช้ของจริงเป็นสื่อในการสอนจะช่วยให้เด็กเรียนรู้ได้ดี การเล่นเป็นการเรียนรู้ที่สำคัญของเด็ก เด็กไม่ใช่ผู้ใหญ่ตัวเล็กๆ เด็กมีสภาวะของเด็ก ซึ่งแตกต่างไปจากวัยอื่น การจัดการศึกษาให้เด็กจึงควรพิจารณาระดับอายุเป็นหลัก การจัดการเรียนการสอนตามทฤษฏีนี้เน้นการจัดประสบการณ์เรียนรู้ให้แก่เด็กจะต้องมีความแตกต่างไปจากการจัดให้ผู้ใหญ่ และยึดเด็กเป็นศูนย์กลางให้เสรีภาพแก่เด็กได้เรียนรู้ตามความต้องการและความสนใจของตน ให้เด็กได้เรียนรู้ตามธรรมชาติและเป็นไปตามธรรมชาติ โดยคำนึงถึงความแตกต่างระหว่างบุคคลและความพร้อมของเด็ก

สรุป 
ทฤษฎีของกลุ่มที่เน้นการพัฒนาไปตามธรรมชาติ (natural unfoldment)  คือ การเรียนรู้โดยให้ธรรมชาติเป็นสื่อกลาง  เป็นแหล่งเรียนรู้  โดยผุ้เรียนสามารถตนเองจากสิ่งที่มีอยู่  โดยการเรียนรู้จากของจริงหรือสิ่งที่มีอยู่ในธรรมชาติ  ให้เกิดการสัมผัสของจริงและเรียนรู้จากการค้นพบเองโดยเห็นไปตามธรรมชาติ  โดยถือว่าใช้สื่อของจริงในการเรียนรู้  ยึดเด็กเป็นศูนย์กลางให้เสรีภาพแก่เด็กได้เรียนรู้ตามความต้องการและความสนใจของตน

อ้างอิง/แหล่งที่มา
สุริน ชุมสาย. http://surinx.blogspot.com. [Online] ทฤษฎีการเรียนรู้. เข้าถึงเมื่อ   15/07/2558.

ณัชชากัญญ์ วิรัตนชัยวรรณ. [Online]   http://www.learners.in.th/blog/natchakan/386486.ทฤษฎีการเรียนรู้.  เข้าถึงเมื่อ  15/07/2558.

แม่นำ.  [online]   http://www.oknation.net/blog/print.php?id=  .  ทฤษฎีเกี่ยวกับการเรียนรู้.
            เข้าถึงเมื่อ  15/07/2558.

วันจันทร์ที่ 13 กรกฎาคม พ.ศ. 2558

1. ทฤษฎีของกลุ่มที่เน้นการฝึกจิตและสมอง (Mental Discipline)


1.  ทฤษฎีของกลุ่มที่เน้นการฝึกจิตและสมอง (Mental Discipline)
ครูบ้านนอกดอทคอม (http://www.kroobannok.com) กล่าวว่า ทฤษฎีของกลุ่มที่เน้นการฝึกจิตหรือสมอง(Mental Discipline) นักคิดกลุ่มนี้มีความเชื่อว่า จิตหรือสมองหรือสติปัญญา(mind) สามารถ พัฒนาให้ปราดเปรื่องได้โดยการฝึก ในการฝึกจิตหรือสมองนี้ทำได้โดยให้บุคคลเรียนรู้สิ่งที่ยากๆ ยิ่งยากมากเท่าไร จิตก็จะได้รับการฝึกให้แข็งแกร่งขึ้นเท่านั้น หลักการในการจัดการเรียนการสอนตามทฤษฏีนี้เน้นการพัฒนาให้ผู้เรียนเกิดการ เรียนรู้ โดยการกระตุ้นความรู้ในตัวผู้เรียนให้แสดงออกมา วิธีการสอนแบบโส-เครติส(Socratic Method) และวิธีการสอนแบบบรรยาย(Didactic Method) เป็น วิธีการสอนตามทฤษฏีนี้ที่ใช้คำถามเพื่อดึงความรู้ในตัวผู้เรียนออกมาให้ กระจ่างชัดและช่วยเพิ่มเติมประสบการณ์ให้แก่ผู้เรียน ซึ่งเป็นวิธีการสอนที่ช่วยให้ผู้เรียนเกิดการเรียนรู้ได้ดี


ทิศนา แขมมณี (2554: 45-48)  กล่าวไว้ว่าการฝึกจิตหรือสมองหรือสติปัญญาสามารถพัฒนาให้ปราดเปรื่องได้โดยการฝึกมีแนวคิดแยกออกเป็น 2 กลุ่มย่อย คือ
               1. กลุ่มที่เชื่อในพระเจ้า นักคิดกลุ่มนี้มีความเชื่อดังนี้
                        ก.  ความเชื่อเกี่ยวกับการเรียนรู้ มนุษย์เกิดมาพร้อมกับความชั่ว
                        ข.  หลักการจัดการศึกษา/การสอน  การฝึกสมองให้เป็นระเบียบ
              2. ทฤษฎีของกลุ่มที่เชื่อในความมีเหตุผลของมนุษย์มีความเชื่อดังนี้ซึ่งฝึกโดยการคิด เรียนรู้ในสิ่งยากๆ ซ้ำๆ จะทำให้จิตแข็งแรงมากขึ้น
                        ก.  ความเชื่อเกี่ยวกับการเรียนรู้ เกิดจากความสามารถ
                        ข.  หลักการจัดการศึกษา/การสอน  การพัฒนาผู้เรียนโดยการกระตุ้นสรุป  ทฤษฎี ที่เน้นการฝึกจิตหรือสมอง นักคิดกลุ่มนี้เชื่อว่า จิต หรือสมอง สามารถฝึกพัฒนาให้ปราดเปรื่องได้   หลักการในการจัดการเรียนการสอนตามทฤษฏีนี้เน้นการพัฒนาให้ผู้เรียนเกิดการ เรียนรู้  โดยการกระตุ้นความรู้ในตัวผู้เรียนให้แสดงออกมา


ณัชชากัญญ์ วิรัตนชัยวรรณ( http://www.learners.in.th/blog/natchakan/386486 )  นักคิดกลุ่มนี้มีความเชื่อว่า    จิตหรือสมองหรือสติปัญญา(mind)  สามารถพัฒนาให้ปราดเปรื่องได้โดยการฝึก  ในการฝึกจิตหรือสมองนี้ทำได้โดยให้บุคคลเรียนรู้สิ่งที่ยากๆ ยิ่งยากมากเท่าไร  จิตก็จะได้รับการฝึกให้แข็งแกร่งขึ้นเท่านั้น  หลักการในการจัดการเรียนการสอนตามทฤษฏีนี้เน้นการพัฒนาให้ผู้เรียนเกิดการเรียนรู้  โดยการกระตุ้นความรู้ในตัวผู้เรียนให้แสดงออกมา

สรุป

        ทฤษฎีที่เน้นการฝึกจิตและสมอง  มีความเชื่อว่าสามารถพัฒนาได้ด้วยการฝึกจิตหรือสมอง  สามารถที่จะฝึกให้ปราดเปรื่องได้  ซึ่งอาจจะฝึกโดยเน้นให้ความคิดเป็นระเบียบ  โดยจะเน้นให้ผู้เรียนเกิดการพัฒนาให้เกิดการเรียนรู้  โดยกระตุ้นความรู้ในตัวผู้เรียนให้แสดงออกมา

ที่มา
ครูบ้านนอกดอทคอม.  [Online]  http://www.kroobannok.com  .  เข้าถึงเมื่อ 13/07/2558 .   
          
ทิศนา แขมมณี. (2554). ศาสตร์การสอน องค์ความรู้เพื่อการจัดกระบวนการเรียนรู้ที่มีประสิทธิภาพ.  พิมพ์ครั้งที่ 13. กรุงเทพมหานคร: จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย.

ณัชชากัญญ์ วิรัตนชัยวรรณ. [ Online]  http://www.learners.in.th/blog/natchakan/386486.
                 เข้าถึงเมื่อ  13/07/2558.